กินกล้วยไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ

กินกล้วย...ไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ (Lisa)

          ใคร ๆ ก็บอกให้กินกล้วยจะได้แข็งแรง แต่กล้วยก็มีตั้งมากมาย หลากหลายสายพันธุ์ จะหยิบกล้วยอะไรมากินดี?

          'กล้วย' ผลไม้ที่คนไทยรู้จักและนิยมรับประทานกันมานาน หลายคนมองว่าเป็นผลไม้มหัศจรรย์กินเป็นยารักษาและป้องกันโรค บางคนเวลากินแต่กล้วยเพื่อลดความอ้วนก็มี แต่ที่จริงแล้วการกินแต่กล้วยและกินเยอะ ๆ ก็ไม่ใช่การกินที่ถูกต้อง

          คุณวลีลักษณ์ วีรเดชะ หวัหน้าแผนกโภชนาการ โรงพยาบาลกรุงเทพ-คริสเตียน บอกว่า ที่จริงแล้วกล้วยก็เหมือนผลไม้ชนิดอื่น ๆ ทั่วไปที่โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างต่ำ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด

หลากหลายแต่ไม่มากมาย

          หากเทียบดูคุณค่าทางสารอาหารของกล้วยกับผลไม้ชนิดอื่น เช่น ส้ม ในปริมาณที่เท่ากัน จะเห็นว่าที่จริงปริมาณแร่ธาตุและวิตามินในกล้วยก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก มีกล้วยเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่โดดเด่นขึ้นมา ความนิยมในการกินกล้วยน่าจะมาจากการเป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายและราคาถูกมากกว่า

          นอกจากนี้ 'อย่าคิดว่ากินกล้วยแล้วผอม' คุณวลีลักษณ์ บอกว่า กล้วยเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลทั้งฟรักโทส กลูโคส และซูโครส แม้ว่าจะค่อนข้างต่ำแต่ก็ถือว่ามีอยู่ กินในปริมาณมาก ๆ ก็ได้รับพลังงานมาก ยังไงน้ำหนักก็ไม่ลดลง

         อันที่จริงในผู้ป่วยเบาหวาน กล้วยเป็นผลไม้ที่ต้องระวังในการกินด้วยซ้ำ แต่จะงดเว้นการกินกล้วยไปเลยก็ไม่ดีอีกนั่นแหละ การกินผลไม้ให้ได้ประโยชน์คุ้มที่สุดต้องกินให้หลากหลาย และหมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ

 


 กล้วยไข่

          มีวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีนสูงเด้งขนาดนี้ สาว ๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา นั่งจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ตทั้งวันห้ามพลาดเด็ดขาด

           ปริมาณที่แนะนำ : 1 ลูกเล็ก ๆ

 กล้วยน้ำว้า

          ใยอาหารที่มีค่อนข้างมากจะช่วยดูดซับไขมัน น้ำตาล และสารพิษต่าง ๆ ช่วยให้ขับถ่ายดี ส่วนวิตามินบี 3 ก็ช่วยลดผิวหนังอักเสบ ดูเรื่องเรื่องระบบประสาท และลดอาการอ่อนเพลีย

           ปริมาณที่แนะนำ : ประมาณ 3/4 ลูก

 กล้วยหอม

          ฟอสฟอรัสที่สูงจะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกเปราะ ส่วนวิตามินซีก็จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง และป้องกันลักปิดลักเปิด

           ปริมาณที่แนะนำ : 1/2 ลูกเล็ก ๆ

 กล้วยหักมุก

          มีสารอาหารโดดเด่นมากกว่ากล้วยอื่น ๆ ทั้งแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่มีอยู่มากจะช่วยบำรุงโครงสร้างของกระดูกให้แข็งแรง ธาตุเหล็กช่วยป้องกันโลหิตจาง วิตามินบี 1 ป้องกันเหน็บชา และวิตามินบี 2 ป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร

           ปริมาณที่แนะนำ : 3/4 ลูกเล็ก ๆ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ติชม


ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

สร้างโดย :


KruBow

สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
คอมพิวเตอร์ธุรกิจ